แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AIS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AIS แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คุณรู้จัก 3G บนคลื่นความถี่ 2100 MHz มากแค่ไหน?

ย้อนความไปถึง 3G ที่เอาคลื่นความถี่เดิมมาใช้คือ AIS ใช้คลื่น 900MHz และจับมือกับ TOT คลื่น 2100MHz ส่วน dtac, TruemoveH นั้นใช้คลื่น 850MHz มาทำ 3G หากมองในท้องตลาด เวลาเราซื้อมือถือ เรามักจะพบชื่อรุ่นที่วงเล็บว่า (900) หรือ (850) นั่นหมายถึงว่า สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ตที่ขายในไทยนั้น มีการแบ่งรุ่นออกเป็น 2 รุ่นคือ รุ่นที่รองรับ 3G 900MHz / 2100MHz จะใช้งานกับ SIM AIS, TOT อย่างพวก i-Mobile 3GX ได้ หากใช้ TruemoveH, dtac จะใช้งานกับรุ่น 3G 850MHz / 2100MHz หากใครซื้อไปผิดรุ่น อาจจะใช้งานได้ไม่เต็มที่ อย่างเช่นใช้ Samsung Galaxy SII รุ่นรองรับ 3G 900MHz แต่เอาซิม TruemoveH ที่รองรับ 3G 850MHz มาใช้ สามารถใช้งานร่วมกันได้ แต่จะไม่เสถียร โดยโอปอเรเตอร์ และผู้ผลิต จะไม่รับรองว่า คุณจะใช้เครือข่ายได้อย่างไม่ติดขัดใดๆ อย่างผู้เขียน ใช้ Samsung Galaxy SII รุ่น 900MHz แต่ใช้ซิม TruemoveH 3G 850MHz ไม่ตรงกับรุ่น สามารถใช้งานได้ แต่มีบางจังหะ สัญญาณแกว่ง สัญญาณหาย ขี้นเตือน data roaming ข้อมูล จะพบอาการแบบนี้เป็นประจำ ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจ หากใช้ซิมเครือข่าย 3G ที่ไม่ตรงกับรุ่น แต่สำหรับ 3G 2100MHz นั้น คุณจะต้องสำรวจอุปกรณ์ของคุณเสียก่อน โดยปกติแล้ว สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ตในไทย แม้ว่าจะรองรับ 3G 850MHz และมีการขายรุ่น 900MHz แยกกัน แต่อย่างไรก็ตาม รุ่นเหล่านี้เมื่อใช้กับ 3G 2100MHz สามารถใช้งานได้ร่วมกันได้แทบทุกรุ่น (ส่วนเครื่องนอก ต้องรบกวนตรวจสอบก่อนใช้งาน) ยกตัวอย่าง Samsung Galaxy ACE2 ที่มีจำหน่ายรุ่น 3G 900MHz แต่ก็รองรับ 3G 2100MHz ด้วย นั่นหมายความว่า หากคุณใช้ซิม TruemoveH, dtac ที่รองรับ 3G 850MHz หากต้องการใช้งานบน Samsung Galaxy ACE2 รุ่น 900MHz สามารถยื่นคำจำนงค์ขอเปลี่ยนค่ายไปใช้ 3G 2100MHz ก็สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่ (แต่หากไม่ต้องการย้ายค่าย การใช้ซิม 850MHz บนเครื่องที่รองรับ 3G 900MHz อาจจะให้ผลในการใช้งานเครือข่ายที่ไม่สมบูรณ์นัก เช่น ใช้งานได้เฉพาะ EDGE แต่ใช้ 3G ไม่ได้ เพราะไม่ตรงรุ่น) ทางที่ดีย้ายค่ายมาใช้คลื่น 2100MHz จะใช้งานได้ดีกว่า การอ่านสเปคเครื่อง แนะนำให้อ่านจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ และผู้ผลิตบนเว็บไซต์ภาษาไทย เพื่อให้ทราบว่า ทางศูนย์ฯ ได้นำเครื่องรุ่นใดบ้าง ที่รองรับ 3G 2100MHz มาจำหน่าย ซึ่งปกติแล้ว สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต ล้วนแต่รองรับ 3G 2100MHz แทบทั้งสิ้น ค่าบริการ จากข่าวที่ว่า จะมีการลดค่าบริการลง 15% ตรงนี้ทุกสิ้นเดือนผู้ให้บริการต้องส่งแพคเกจที่เปิดให้บริการในเดือนนั้นๆ มาให้ กสทช. พิจารณา เพื่อใช้ในการคำนวณ ว่าค่าบริการลดลง 15 เปอร์เซ็นต์จริงหรือไม่ ถ้าไม่ จะมีมาตรการบังคับ เริ่มตั้งแต่การมีหนังสือเตือนไปยังบริษัทเพื่อให้ปรับลดราคาลงตามขั้นตอน ต่อไป เตรียมตัวย้ายค่าย ในช่วงที่มีการให้บริการ 3G 2100MHz จริงๆมีการทดสอบก่อนหน้านี้แล้ว บางคนอาจจะเคยค้นหาสัญญาณเจอ 3G 2100MHz ของผู้ให้บริการที่กำลังทดสอบการให้บริการอยู่ แต่ไม่สามารถใช้งานได้ หากต้องการใช้งาน จะต้องยื่นความจำนงค์ขอเปลี่ยนย้ายเครือข่าย เพราะในทางกฏหมายแล้ว ไม่ใช่ว่าถ้าเจอสัญญาณ 3G 2100MHz แล้วคุณจะจับสัญญาณใช้งานได้เลย (แม้ว่าตัวเครื่องจะรองรับ) แต่จะต้องย้ายค่ายตามข้อกำหนด นั่นหมายถึงการเปลี่ยนซิม หรือใช้ซิมเดิม แต่จะต้องติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอย้ายค่ายไปใช้ 3G 2100MHz ผู้ใช้ 3G 2100MHz ต้องมีการย้ายค่าย ผู้ใช้คงจะพอคุ้นเคยกับ Mobile Number Portability หรือที่เรียกย่อว่า MNP หรือภาษาชาวบ้านว่า “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” การใช้ 3G 850MHz เดิม แล้วจะไปใช้ 3G 2100MHz ใหม่ จำเป็นต้องย้ายค่ายตามขั้นตอนปกติ (ตามกฏหมาย) ไม่ใช่การจับสัญญาณแล้วใช้ได้เลย ส่วนจะทำได้เมื่อไหร ต้องรอการประชาสัมพันธ์จากผู้ให้บริการอีกครั้ง เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ตัวเครื่องของเรา รองรับ 3G 2100MHz หรือไม่ ข้อมูลจากการตอบกระทู้ Pantip จาก callcenter@ais.co.th แนะนำว่า “สามารถ กดตรวจสอบคุณภาพ SIM ว่ารองรับการใช้งานคลื่นความถี่ 2100 ได้ง่าย ๆ ผ่าน *570# โทรออกครับและ *571# โทรออกเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเครื่อง” เงื่อนไขในการใช้บริการ ในกรณีผู้บริโภคที่ใช้ซิม 3G บนคลื่น 2.1 GHz (3G ใหม่) กับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่รองรับระบบ 3G ใหม่ (ส่วนใหญ่ 2100MHz) สำหรับผู้บริโภคที่ใช้ซิม 3G ใหม่ แต่นำไปใส่ในโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นเก่าที่ไม่สามารถรองรับระบบ 3G ใหม่ การใช้งานของท่าน ก็จะยังวิ่งอยู่บนโครงข่าย 2G เดิม เปรียบเสมือนผู้บริโภคกำลังใช้โทรศัพท์ระบบ 2G เดิมอยู่ ดังนั้น ควรตรวจสอบรุ่นของตัวเครื่องกับผู้ให้บริการ และผู้ผลิตก่อน จากที่กล่าวมาข้างต้น ขอทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า หากเดิมใช้ 3G 850MHz, 900MHz อยู่ แล้วเปลี่ยนค่ายไปใช้ 3G 2100MHz แล้ว หากต้องการใช้ 3G 850MHz ก็ต้องเข้าข้อกำหนดของการย้ายค่ายตามกฏของกสทช.ตามปกติ ไม่สามารถ swap ไปใช้คลื่น 850 สลับกับ 2100MHz ได้ แต่การย้ายค่ายอาจจะไม่ยุ่งยากเหมือนกับการย้ายค่ายแบบเดิม ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า หากย้ายไปใช้ 3G 2100MHz ก็น่าจะมีการโรมมิ่งการใช้งานในบางสถานที่มาใช้ 3G 850MHz ด้วย เพราะสัญญาณจะได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ สำหรับตัวเครื่อง Samsung เพิ่งปรับราคาลงต้อนรับการเปิดตัว Samsung Galaxy S IV (S4) ส่วน Truemove เดิม (ไม่ H) และ DPC 1800MHz ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายนนี้ มีข่าวว่าจะต้องรีบเคาะประมูลคลื่น 1800MHz โดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาซิมดับ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไม่ปลื้ม ร้องเรียนได้ หากอัตราค่าบริการไม่ลดลง 15% ตามที่ กสทช. ได้ประกาศไว้ แนะนำให้ตรวจสอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของท่านก่อนว่ารองรับระบบ 3G ใหม่ได้หรือไม่ สำหรับผู้บริโภคที่ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2G เดิม สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือถึงผู้ประกอบการ ให้ตรวจสอบและดูแลคุณภาพการให้บริการที่ดี และหากผู้ใช้บริการพบปัญหาเกี่ยวกับการใช้บริการ อาทิ สายหลุด โทรติดยาก ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลง ฯลฯ สามารถร้องเรียนมายังสำนักงาน กสทช. ผ่านช่องทาง Call Center 1200 หรือ SMS 1200 ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือร้องเรียนผ่านทางโทรสาร 0-2271-3516 และที่อีเมล์ 1200@nbtc.go.th

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ทำไมไม่ควรข้าม 3G ไป 4G

คลื่น 2100 MHz เอาไปทำอะไรได้บ้าง คลื่นย่าน 2100 MHz Band1 (Downlink 2110 – 2170 MHz และ Uplink 1920 – 1980 MHz) ที่ประมูลกันในประเทศไทยในนี้ ตามที่ ITU กำหนดมานั้นมีไว้ให้บริการสำหรับการโทรคมนาคมระบบ WCDMA รวมถึง LTE ด้วยครับ ทั้งนี้มีประเทศที่ใช้คลื่นย่าน 2100 MHz เดียวกันนี้ติดตั้ง 4G LTE คือญี่ปุ่นครับ และที่สำคัญ iPhone 5 รุ่นที่จำหน่ายนอกสหรัฐฯ ก็รองรับคลื่นย่านนี้ในระบบ LTE ด้วยเหมือนกัน และสำหรับเงื่อนไขใบอนุญาตที่ระบุไว้ในข้อกำหนดการประมูลของ กสทช. ดังนี้ ข้อ ๑๕ ขอบเขตการอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิให้บริการโทรคมนาคมในลักษณะของการให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม เพื่อให้เช่าใช้และเพื่อให้บริการโทรคมนาคม (Network Provider and Service Provider) และการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโทรคมนาคม (Telecommunications Facility) โดยมีขอบเขตในการประกอบกิจการโทรคมนาคมดังกล่าวทั่วราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้ กิจการโทรคมนาคมที่ได้รับอนุญาต ให้รวมถึงลักษณะและประเภทของบริการ ดังนี้ (๑) บริการโครงข่ายโทรคมนาคมไร้สาย (๒) บริการโทรคมนาคม ดังนี้ (๒.๑) บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (๒.๒) บริการพหุสื่อความเร็วสูง (Public Broadband Multimedia Service) (๒.๓) บริการมูลค่าเพิ่ม (Value-added Service) ของบริการโทรคมนาคมที่ได้รับอนุญาต (๒.๔) บริการขายส่งบริการ สำหรับบริการในข้อ (๒.๑) (๒.๒) และ (๒.๓) (๓) บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโทรคมนาคม (Telecommunications Facility) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จะสังเกตว่าในขอบเขตใบอนุญาต ไม่ได้มีการระบุเทคโนโลยีการให้บริการใดๆ ทั้งสิ้น หมายความว่า ถ้าผู้ให้บริการรายใดพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ก็สามารถแบ่งคลื่น 2100 ที่ประมูลได้บางส่วน (หรือทั้งหมด) ไปทำ LTE ด้วยก็ได้ครับ แล้วทำไมไม่ติดตั้ง 4G ไปเลย? ใช่ว่าของใหม่ทุกอย่างจะดีกว่าของเก่านะครับ คือระบบ 4G LTE เนี่ย เนื่องจากมันเปลี่ยนระบบจาก 2G/3G ไปเกือบหมดเลย ทำให้มีปัญหาตัวใหญ่สุดคือ “มันยังโทรออกผ่าน LTE ตรงๆ ได้ไม่สมบูรณ์” มีใครอยากได้มือถือมาเล่นเน็ตอย่างเดียวไม่โทรออกบ้างมั้ยครับ (มีแหละ แต่คงไม่เยอะขนาดนั้นหรอก) หมายความว่าถ้าผู้ให้บริการติดตั้ง LTE อย่างเดียว การโทรออกทั้งหมดก็ต้องโรมมิ่งกลับไปยังเครือข่าย 2G ที่กำลังจะหมดสัญญาสัมปทาน และต้องโอนคลื่นความถี่พร้อมทรัพย์สินคืนไปให้ผู้ให้สัมปทาน แล้วจะประมูลคลื่นไปทำไม? และพอ 2G หมดสัญญาสัมปทานแล้วอะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ด้วย (แต่เดี๋ยวพอทรูมูฟหมดสัญญาสัมปทานปีหน้าแล้วก็รู้กัน)สาเหตุสำคัญอีกประการคือ นอกจากไอโฟนห้าแล้ว ทุกวันนี้มือถือที่รองรับ LTE ยังมีในตลาดไม่กี่สิบรุ่นเท่านั้น แถมราคาก็ยังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับไอโฟนนั่นแหละครับ คนที่มีกำลังทรัพย์พอจะใช้ได้ก็คงเป็นคนในกรุงอย่างเดียว สรุปแล้วคือ… ไม่มีประโยชน์ที่จะข้ามไปติดตั้ง LTE เพียวๆ โดยไม่ลงทุนติดตั้งระบบ 3G WCDMA ครับ แต่ถ้าติดตั้งปนกันไปเลยบางพื้นที่ก็เป็นไปได้ (เช่นในห้าง) ติดตั้ง 3G 1-2 ช่องสัญญาณ แล้วเอา LTE มาช่วยลดภาระการใช้งานช่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตในช่องที่เหลือ แบบนี้ก็จะทำให้ใช้งานช่องสัญญาณได้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมเยอะครับ ทำไม LTE โทรออกไม่ได้? อันที่จริงจะบอกว่าโทรไม่ได้ก็ไม่เชิงนะครับ แต่เนื่องจาก LTE เนี่ย เป็น IP-Based network คือมันเป็นโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายระยะไกลเต็มรูปแบบเลย คือตั้งแต่มือถือจับสัญญาณได้ ก็ได้ IP แล้ว ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแยก แล้วโยนระบบ circuit switch ที่ใช้เป็นช่องสัญญาณสำหรับการคุยกันด้วยเสียงทิ้งไป ทำให้บริการแบบเดิมๆ ที่อิงกับระบบ circuit switch คือ โทรศัพท์ผ่านระบบมือถือ หรือแม้กระทั่ง SMS ใช้การไม่ได้โดยสิ้นเชิง ต้องเปลี่ยนโครงสร้างระบบใหม่ทั้งหมด เป็นการโทรผ่านอินเทอร์เน็ตแทน (นึกภาพเหมือนเราต่อ WiFi โดยไม่มีสัญญาณมือถือได้ครับ ลักษณะเดียวกัน) ปัญหาที่สองคือ แล้วเราจะอ้างอิงเบอร์ได้ยังไงในเมื่ออยู่บน internet มันไม่มีเบอร์โทรศัพท์ (มีแต่หมายเลข IP) ปัญหาที่สาม (ถ้าเกิดโทรได้) ถ้าโทรๆ อยู่สัญญาณ LTE หาย ต้อง switch กลับไปหา 2G/3G จะทำไงให้คุยได้ต่อเนื่อง ปัญหาที่ว่ามานี้ ทางออกกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาครับ โดยใช้เทคโนโลยีชื่อว่า VoLTE (Voice over LTE) ซึ่งมันใหม่กว่า LTE ปกติอีก และอุปกรณ์ที่รองรับก็มีน้อยมากๆ เข้าไปอีกครับ (เท่าที่ตรวจสอบมาได้มี Samsung Galaxy SIII และ LG Optimus II รุ่นพิเศษที่วางขายในเกาหลีเท่านั้น)