แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนอ้วน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนอ้วน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

3222 : helicopter and limousine







ซื้อมาตั้งแต่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมาแล้วหล่ะ แต่เพิ่งได้มาถ่ายรูปก็เมื่อสักครู่นี่เอง (ขี้เกียจน่ะ)

แต่ต่อจากนี้คงต้องประหยัดกันพอควร เพราะจะไปประเทศจีนเดือนหน้าแล้ว ต้องเก็บเงินไว้เป็นค่า shopping ซะหน่อย

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

ข้อความที่เป็นการดูถูกคนอ้วนและจำกัดสิทธิ์คนอ้วนขั้นรุนแรงจากBlogแห่งหนึ่ง


ได้มาจาก http://mklasing.wordpress.com/2008/08/14/obamas-energy-plan-revealed/

นี่ คือเนื้อความส่วนหนึ่งในนั้น ที่พูดถึงเรื่อง กฎหมายการประหยัดน้ำมันที่เจ้าของบล็อคอยากให้ obama นำมาใช้...แต่อ่านแล้วรู้สึก จี๊ดขึ้นสมองเลยครับ ถึงผมอาจจะแค่รูปร่างอวบ มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมา 10 กก. ไม่ถึงกับอ้วนแบบหลายๆคนในที่นี้ก็ตาม

Here is one for you Obama–kind of on the fat tire theme. You should pass a law disallowing anyone that is overweight to drive a car–at all. First that would knock out maybe 60% of all drivers and then the use of gas would decrease dramatically. Plus the only people on the road take less gas to move–because they are thin–like you.

แปลเป้นไทยได้คร่าวๆดังนี้ เริ่มจากประโยค You should pass a law disallowing anyone that is overweight to drive a car–at all.

คุณควรอนุมัติกฎหมายไม่อนุญาติให้คนน้ำหนักเกินขับรถยนต์-ทั้งหมด

ประโยค ต่อจากนั้น น่าจะเกี่ยวกับเรื่อง การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น (ไม่กล้าแปลเป็นภาเขียนเพราะเดี๋ยวจะผิดความหมาย) แต่ประดยคต่อมานี่สิครับ เน้นขยายความจะๆเลยว่าเป้นการกีดกันคนที่รูปร่าง

Plus the only people on the road take less gas to move–because they are thin–like you.

แปลว่า ให้คนที่ใช้น้ำมันน้อยเท่านั้นที่อยู่บนท้องถนน-เพราะพวกเขาผอม-อย่างเช่นคุณ

แปล ว่าเกิดมาเป็นคนอ้วนนี่มันผิดเหรอ เกิดมาเป็นคนอ้วนแล้วไม่มีสิทธิ์ที่จะขับรถยนต์หรืออย่างไร จะโยนให้คนอ้วนเป็นตัวการหลักในการผลาญเชื้อเพลิงของประเทศไปเลยเหรอ แล้วพวกคนผอมๆที่มันชอบขับขี่รถแบบปาดซ้ายป่ายขวา เร่งเครื่องโดยไม่มีเหตุผล จอดรถแล้วติดเครื่องรอเกิน 5 นาทีกับสารพัดการใช้น้ำมันอย่างล้างผลาญนี่หล่ะ แบบนี่สมควรให้อยู่บนท้องถนนเหรอครับ แย่พอๆกับคนเขียนบทความ

ถ้ามี การออกกฎหมายลักษณะนี้จริงๆขึ้นมา ไม่ว่าจะในอเมริกาหรือประเทศไหนก็ตาม มันคือเผด็จการชัดๆ และถ้ามันมีจริงๆ หวังว่าคนอ้วนทุกคนในประเทศนั้นจะออกมาประท้วงให้ถึงที่สุด หรือถึงขั้นก่อจลาจลกันไปข้างหนึ่งเลย ชนิดที่ว่า จลาจลrodney king ใน LA ปี 1992 ชิดซ้ายไปเลย

งั้นถ้าปัญหาคลิปโป๊บนมือถือมันระบาดหนักนัก ก็แก้ปัญหาด้วยการ ห้ามขายห้ามผลิตมือถือ3G กันเลยดีมั๊ยครับ

อ้วนครองโลก

เป็นบทความที่มาจาก http://www.sarakadee.com/feature/2002/08/fat.htm ขอยกความดีความชอบให้กับผุ้เขียนบทความนี้ที่เป็นต้นแบบ ที่นำมาลงเพราะเรื่องราวน่าสนใจและเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผมชอบด้วย

-ทุกวันนี้ ขณะที่คนราว ๘๐๐ ล้านคนทั่วโลก กำลังถูกคุกคามด้วยโรคขาดอาหาร หรือพูดง่าย ๆ ว่ากำลังจะอดตาย คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับถูกโรค "ขาดอาหารไม่ได้" เล่นงานจนอ้วนปี๋ (ขนาดที่ก้มมองนิ้วเท้าตัวเองไม่เห็น) จำนวนสูงถึง ๓๐๐ ล้านคน
-จะว่าไปแล้ว คนอ้วนก็เป็นโรคขาดอาหารชนิดหนึ่ง คือเป็นคนที่ขาดอาหารไม่ได้ ต้องกินอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยอยู่ตลอดเวลา
-ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอ้วนในโลกกำลังเป็นห่วงว่าคนอ้วนกำลังระบาดหนักไปทั่วโลก
-จากการประชุมประจำปีของสมาคมนักวิทยาศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ดร.สเตนเร่ย์ อุลลิจาเซ็ก แห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ได้แสดงความเป็นห่วงว่า คนอ้วนที่เคยอาศัยอยู่ในประเทศที่เจริญแล้ว กำลังไปปรากฏตัวอยู่ตามดินแดนที่ห่างไกล
-อุลลิจาเซ็กบอกว่า คนอ้วนเริ่มปรากฎในปากแม่น้ำปูราริ ประเทศปาปัวนิวกินี ดินแดนไกลลิบที่ไม่เคยมีผู้คนอาศัยอยู่มาก่อนปีค.ศ. ๑๙๘๐ และจากการสำรวจล่าสุดพบว่า ๑ % ของผู้ชายและ ๕ % ของผู้หญิงในดินแดนแห่งนั้นเป็นคนอ้วน
-ในหมู่เกาะแปซิฟิก คนอ้วนได้ถือกำเนิดในดินแดนแห่งนี้มาอย่างน้อย ๕๐ ปีแล้ว แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาอัตราคนอ้วนได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจนน่าประหลาดใจ
-ในเมืองราโรตองก้า เมืองหลวงของหมู่เกาะคุ้ก มีการสำรวจเมื่อสามสิบปีก่อนพบว่า ๑๔ % ของผู้ชายและ ๔๔ % ผู้หญิงเป็นคนอ้วน แต่ปัจจุบันคนอ้วนเพิ่มพรวดขึ้นมาว่า ครึ่งหนึ่งของคนในเมืองหลวงแห่งนี้ทั้งชายและหญิงเป็นคนที่มองไม่เห็นนิ้วเท้าตัวเองแล้ว
-ขณะที่ลึกเข้าไปในทะเลทรายใจกลางทวีปออสเตรเลีย ดินแดนแห้งแล้งที่ไม่ค่อยมีอะไรจะกิน แต่นักวิจัยพบว่า ๔ % ของเด็ก ๆชาวแอบบอริจิน ชนพื้นเมืองออสเตรเลีย และ ๑๕ % ของผู้ใหญ่มีน้ำหนักมากผิดปกติ
-ในขณะเดียวกัน ประชากรจากประเทศยากจน ที่อพยพเข้าไปอยู่ในประเทศที่เจริญอย่างสหรัฐอเมริกา ก็มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกือบหมด
-มีการพบว่าเด็กอินเดียนชาวมายาเกินครึ่ง ที่อพยพจากประเทศกัวเตมาลา ไปอยู่มหานครลอสแองเจลิส มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนอ้วนกันถ้วนหน้า แซงหน้าคนผิวขาวและผิวดำเจ้าของประเทศ โดยมีสาเหตุสำคัญคือ อาหารไขมันสูง และน้ำสะอาดที่ทำให้เด็กปลอดภัยจากโรคต่าง ๆ มากมาย
-ส่วนสาเหตุที่คนอ้วนระบาดไปทุกหนแห่งของโลก มาจากสาเหตุสำคัญสองประการคือ คนเหล่านั้นกินอาหารที่มีแคลอรีสูง และไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
-หลายคนเป็นโรคหัวใจหัก หัวใจเดาะ ทำใจไม่ได้ จึงต้องหันมาพึ่งอาหารเป็นเพื่อนยามยาก กินไปเรื่อย ๆ จนหยุดการขยายตัวของกระเพาะไม่ได้
-การที่โลกนี้มีคนอ้วนมากขึ้น หากมองในแง่ดีก็น่าจะเป็นแนวโน้มที่ชี้ให้เห็นว่า เพื่อนมนุษย์ของเราบนโลกนี้เป็นโรคขาดอาหารกันน้อยลง ผู้คนมีรูปร่างจ้ำม่ำกันมากขึ้น
-เช่นที่เมืองไทย มีรายงานจากมูลนิธิสุขภาพแห่งชาติว่า ๔๓ % ของผู้หญิงไทยและ ๒๓ % ของผู้ชายไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ส่วนในชนบทอันห่างไกล ยังไม่มีรายงานระหว่างคนอ้วนกับคนหิวโซ ใครจะเพิ่มมากขึ้นกว่ากัน

วันแห่งคนอ้วนของญี่ปุ่น



-วันแห่งคนอ้วน (Debu No Hi) ตรงกับวันที่ 8 สิงหาคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันที่ระลึกสำหรับคนอ้วน

และยังมีวันสำคัญประหลาดอีกมากมายนับไม่ถ้วน โดยเลือกเอามาให้ดูเพียงบางวันเท่านั้น

-วันแห่งแฮมเบอร์เกอร์ (Hamberger No Hi) ตรงกับวันที่ 20 กรกฏาคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : 20 กรกฏาคม ปีโชวะที่ 46 เป็นวันแรกที่มีร้าน แมคโดนัล เปิดขึ้นในญี่ปุ่น ที่ชั้นหนึ่งของห้างมิทสึโกชิในย่านกินซ่า

-วันแห่งเนื้อย่าง (Yakiniku No Hi) ตรงกับวันที่ 29 สิงหาคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนทานเนื้อย่าง ตั้งโดยสมาคมเนื้อย่างแห่งประเทศญี่ปุ่น

- วันแห่งสุนัข (Inu No Hi) ตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : ส่งเสริมให้คนรักและระลึกถึงสุนัข

-วันป๊อกกี้และปริทซ์ (Pocky&PRETZ No Hi) ตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : ***ลิโกะ บริษัทผลิต ป๊อกกี้และปริทซ์ ตั้งวันป๊อกกี้และปริทซ์ ขึ้นมาเมื่อ ปีเฮเซที่ 11 เดือน 11 วันที่ 11 หากนำวันและเดือนและปี มาเขียนเรียงติดกัน ก็จะได้เป็น 111111 ซึ่งเหมือนกับแท่งป๊อกกี้และปริทซ์ 6 แท่ง ในโฆษณาของป๊อกกี้เอง ก็มีการโชว์แท่งป๊อกกี้ 4 แท่งในมือของพรีเซนเตอร์ด้วย (เพราะว่าปีเฮเซที่ 11 เลยมาแล้ว) จุดประสงค์ที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา คงไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากการส่งเสริมการขายป๊อกกี้ มีการจัดแคมเปญต่างๆเกี่ยวกับป๊อกกี้และปริทซ์ในวันที่11/11 ของทุกๆปีด้วย

-วันแห่งโรงแรม (Hotel No Hi) ตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายน ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : 20 พฤศจิกายน ปีเมจิที่ 23 เป็นวันแรกที่ Teikoku Hotel โรงแรมแห่งแรกในญี่ปุ่นเปิดให้ใช้บริการ

-วันแห่งไก่ทอด (Fried Chicken No Hi) ตรงกับวันที่ 21 พฤศจิกายน ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : 21 พฤศจิกายน ปีโชวะที่ 45 เป็นวันแรกที่มีร้านไก่ทอด เคนตักกี้ เปิดในญี่ปุ่น ที่นาโกย่า

-วันแห่งโซบะ (Soba No Hi) ตรงกับวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เนื่องจากชาวญี่ปุ่นมีประเพณีการทานโซบะข้ามปี (Toshikoshi Soba) จึงบัญญัติวันนี้ขึ้นเป็นวันรณรงค์การทานโซบะ

-วันแห่งนม (Milk No Hi) ตรงกับวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนดื่มนม

- วันแห่งอุด้ง (Udon No Hi) ตรงกับวันที่ 2 กรกฏาคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนรับประทานอุด้ง

-วันแห่งรูปถ่าย (Shashin No Hi) ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : สมาคมรูปถ่ายแห่งประเทศญี่ปุ่นตั้งวันนี้ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการถ่ายรูป

-วันแห่งขยะ (Gomi No Hi) ตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนทิ้งขยะโดยแยกชนิดของขยะอย่างถูกต้อง

-วันแห่งกระเทย (Okama No Hi) ตรงกับวันที่ 4 เมษายน ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันที่อยู่ระหว่างกลางของวันเทศกาลลูกท้อ (Momo No Sekku) เป็นวันสำหรับเด็กผู้หญิง ซึ่งคือวันที่ 3 มีนาคม (3/3) และวันเทศกาลเด็กผู้ชาย (Tango No Sekku) ซึ่งคือวันที่ 5 พฤษภาคม (5/5) จึงตั้งวันที่อยู่กึ่งกลางนั่นคือวันที่ 4 เมษายน (4/4) เป็นวันสำหรับคนครึ่งหญิงครึ่งชาย นั่นคือกระเทย (คำว่า Okama แปลว่า กระเทย)

-วันแห่งแมว (Neko No Hi) ตรงกับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เนื่องจากแมวที่ญี่ปุ่นร้องขึ้นต้นด้วยคันจิที่เหมือนกับเลข 2 ด้วยกัน 3 อัน วางเรียงกันได้เป็น 222 ซึ่งแปลงเป็นวันที่ได้วันที่ 2/22

- วันแห่งบันไดเลื่อน (Escalator No Hi) ตรงกับวันที่ 9 มีนาคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันแรกที่มีการใช้บันไดเลื่อนขึ้นที่ห้างมิตสึโกชิ สาขา นิฮงบาชิ ในวันที่ 9 มีนาคม ปีไทโช ที่ 3

-วันแห่งแกงกระหรี่ (Curry No Hi) ตรงกับวันที่ 22 มกราคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนทำและรับประทานแกงกะหรี่

-วันแห่งการปวดหัว (Zutsuu No Hi) ตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ไม่ให้คนทำอะไรมากเกินไปจนปวดหัว

-วันแห่งชาเขียว (Maccha No Hi) ตรงกับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนดื่มชาเขียวเพื่อสุขภาพ

-วันแห่งนามสกุล (Myouji No Hi) ตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นที่ระลึกสำหรับการเริ่มใช้นามสกุลเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปีเมจิที่ 8

-วันแห่งภาพยนตร์ (Eiga No Hi) ตรงกับวันที่ 1 ของทุกๆเดือน สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนไปดูภาพยนตร์

- วันแห่งการจราจรปลอดภัย (Koutsuu Anzen No Hi) ตรงกับวันที่ 1 ของทุกๆเดือน สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนขับรถอย่างปลอดภัย ไม่ขับรถด้วยความเร็ว

- วันแห่งข้าว (Okome No Hi) ตรงกับวันที่ 8 และ 28 ของทุกๆเดือน สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : ระลึกถึงข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวญี่ปุ่น

และวันสำคัญธรรมดาทั่วไป
-วันแม่ (Haha No Hi) ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม ของทุกปี

-วันพ่อ (Chichi No Hi) ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน ของทุกปี

ข้อมูลจาก http://www.yamashita-tomohisa.com/ เชิญเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้เพราะมีอีกเยอะครับ

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552

Me, Myself, and LEGO (ความในใจ)





-อายุปัจจุบันตอนนี้ของผมคือ 23 ปี และรู้จัก LEGO มาตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อรุ่นว่า System แต่เพิ่งมาเล่นและสะสมจริงจังก็ในรอบ 5 เดือนนี้เอง
- theme ที่ผมเล่นคือ LEGO City ไม่มีการ แตกไลน์ ไปซื้อ them อื่น รักเดียใจเดียว และมั่นคงต่อ City เท่านั้น
- แม้ราคาขายในไทยจะแพง (มาก) แต่ก็ขอบคุณที่ยังมี มหกรรมลด15%ที่จะจัดทุกสิ้นเดือน, ห้างสรรพสินค้า ตั้ง ฮั่ว เส็ง สาขาธนบุรี ที่มี LEGO City ลด 30% กันบ่อยมาก, และเว็บไซต์ e-commerce อย่าง aventthai และ mom2kids ที่ทำให้ผมได้ครอบครอง LEGO City ในราคาที่ถูกกว่าราคาปกติในห้างฯอย่างมาก แถมส่งตรงถึงบ้านด้วย
-และขอบ คุณตัวแทนจำหน่ายในไทย ที่ยังอุตส่าช่วยลดราคา LEGO City ที่เพิ่งออกมาใหม่ จนมีราคาแพงกว่าที่ขายในสิงค์โปร์ไม่เท่าไหร่ (แต่ theme อื่น แพง lost microprocessor เช่นเดิม)

-แม้ว่าทางเลือกที่ผม ใช้ในการซื้อหา LEGO จะราคาแพงกว่าที่ซื้อหาใน ebay หรือการไปซื้อยังประเทศที่ขาย LEGO ถูกกว่าไทย แต่อย่างน้อย มนก็ยังเป็น LEGO ที่สร้างความสุขทางใจแก่ผม ของเล่นที่ทำให้ผมลืมเรื่องบ้าบอคอแตกสารพัดเรื่องที่เข้ามาในชีวิตผม ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เรื่องที่ทำให้การตั้งราคา LEGO อันแสนแพงของตัวแทนจำหน่ายในไทย กลายเป็นเรื่องน่าโมโหอันดับรองๆของชีวิตผมไปเลย อย่างเช่นพวกคนกลุ่มเหล่านี้ ที่สร้างความหงุดหงิดแก่ชีวิตผมไม่น้อย
-ตอน เรียนมัธยมทั้งต้นและปลาย ก็เจอแต่วัยรุ่นนิสัยเสียปากไม่มีหูรูด ที่มากับคำพูดแดกดัน เสียดสีนั่นนี่เกี่ยวกับผมตลอด (แต่พวกนั้นก็กล้าได้แค่พูดเท่านั้น)
-พวกผู้ใหญ่หัวโบราณที่พูดจาไม่สร้างสรรค์
-จะ เล่นอินเตอร์เน็ต ก็เ แต่พวกวัยรุ่นเกรียนๆ กับพวกผู้ใหญ่ที่พูดจาดูไม่น่านับถือ คนพวกนี้ชอบบ่นอย่างไร้วิจารณญาณในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่สามารถแก้ไขได้ และชอบด่าว่าเสียดสีคนที่เจาแสดงความคิดเห็นไม่เหมือนตน ทั้งที่ก็ไม่ได้ผิดกฎใดๆและเป็นสิทธิของเขา และบางทีความคิดเห็นนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ถูกก็ได้ (แต่อย่างว่าในโลกอินเตอร์เน็ต พกวมากมักอยุ่รอดเสมอ)
-จะดุโทรทัศน์ ก็มีแต่ละครน้ำเน่า รายการจับกลุ่มเล่าข่าวที่ผู้นำเสนอข่าวไม่ค่อยมีความเป็นกลางและชอบนำเสนอ แต่ด้านเดียว (ซึ่งม พร้อมกับ SMS ร้สาระ ที่ใชถ้อยคำที่ไม่รู้ว่าถูกนำมาออกอากาศได้อย่างไร) บางทีคนนำเสนอก็ไม่รู้เรื่องข่าวที่อ่านอย่าแท้จริง (เคยเห็นมากับตา ได้ยินกับหู จากรายการที่เอาผู้หญิงสี่คนมานั่งบ่นช่วงเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ ในช่องโทรทัศน์ยอดนิยมช่องหนึ่ง) ไหนจะรายการโฆษราเครื่องออกกำลังกายโกหกจอมปลอม กับพวกเรียลิตี้ลดความอ้วน ที่เอาคนอ้วนมาทำให้ดูน่าสมเพชอีก (ตอนนีเลิกดู free tv แล้ว ดูแต่พวกรายการบันเทิงทาง TrueVisions อย่างเดียว)
-จะดูหนัง ก็มีแต่หนังเสียดสีสังคม เนื้อหาซีเรียส กับเอาคนอ้วนมาทำให้ดูน่าสมเพช (ไม่ได้ดูหนังโรงมา 3 ปีแล้ว)
-เพลงเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีคุณภาพแบบแต่ก่อน เหมือนกับแบบเน้นแต่แค่ทำยอดขาย
-ไหนจะเรื่องชวนหงุดหงิดยามต้องขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เรื่องน่ารำคาญบางประการในที่สาธารณะ ที่หลายๆคนก็คงเคยเจอ

-ผม คงเป็น นักเล่น LEGO ชาวไทย ที่ลำบากที่สุดหล่ะมั๊งในเรื่องหาเลโก้ราคาถูก รายจ่ายที่บ้านก็เพียบครับ ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนสิ่งของบางรายการ ค่างวดบัตรเครดิตขั้นต่ำ (แต่ไม่เคยเบี้ยว จ่ายตรงเวลาตลอด) จึงทำให้โอกาสในการไปสิงค์โปค์(ซึ่งแม่ผมก็อยากไป) ก็เลยเป็นหมันไปเรียบร้อย
-นักเล่น LEGO ที่ยังเป็นเด็กคนอื่นๆก็ยังมีพ่อแม่เป็นคนออกเงินค่าซื้อเลโก้ให้ โดยอาจจะมีข้อแลกเปลี่ยนเรื่องการสอบได้คะแนนดีๆมาเป็นข้อตกลง ส่วนผมก็ต้องเก็บเงินซื้อเองแทบทุกบาท ล่าสุดที่ไปคว้าชุด City Corner มาได้ก็ต้องเก็บเงินเกือบเดือน และถ้าไม่มีเรื่องสอบ กพ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงหัวหมาก ก็ไม่ได้มีข้ออ้างเข้ากรุงเทพฯไปซื้อ LEGO หรอกครับ แถมพอแม่ผมรู้ราคา ก็พูดเลยครับว่า แพงจัง เลยมีรายการประปากกันเล็กน้อยก่อนแยกย้ายกัน (แต่ไม่ถึงกับทะเลาะกันขั้นรุนแรง นี่ขนาดว่าแม่ผมไม่ใช่ผู้ใหญหัวโบราณและให้ผมซื้อนู่นนี่เล่นนนั่นนี่ได้ ตราบเท่าที่มีเงิน และเงินนั้นไม่ต้องกู้ยืมใครจนเป็นหนี้ และไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย)

- ส่วนการซื้อใน ebay นั้น อยากครับ อยากมากๆๆๆๆๆ จะได้ซื้อชุด Hospital ที่ตอนนี้ไม่มีในไทยแล้ว แต่ผมไม่มีบัตรเครดิต และพ่อผมคงไม่ให้ผมเอาบัตรเครดิต CITIBANK ของพ่อผมเองมารูดซื้อเลโก้แน่ๆ (ล่าสุดก็เพิ่งไปชำระหนี้ 12,000 บาทมาหยกๆ) แล้วผมก็ไม่ชอการที่ต้องมาลำบากเจรจาต้าอ้วยกับคนขายในแบบภาษาอังกฤษ อะไรที่มันต้องยุ่งยากในการเจรจานั้น ผมไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ รวมถึงการต้องมารอการส่งนานเกือบเดือนเป้นอย่างน้อยอีก (หรือขึ้นอยู่กับ location ของผู้ขาย) ผมชอบอะไรที่มันแบบ ถ้าเป้นราคาถูกก็ควรจะเป็นราคาถูกที่กำหนดไว้ตายตัวแล้ว ไม่มีเงื่อนไขที่ดูหมกเม็ดที่สามารถปั่นราคาให้สูงขึ้นได้ และถ้าเป็นแบบจ่ายเงินปุ๊บได้ของปั๊บยิ่งดีใหญ่ คงมีแต่ รถยนต์มือสอง เท่านั้นมั๊งครับ ที่คุ้มแก่การเสียเวลาเจรจาต้าอ้วยกับคนขาย (และหลังจากดูรถเสร็จ เจรจาเสร็จ เซ็นต์เอกสารครบถ้วน จ่ายเงินปุ๊บ ขับรถกลับบ้านได้ทันที)
-ก็อย่างว่าครับ งานก็ไม่มี บัตรเครดิตจะมีได้ยังไง ตอนนี้ก็นอนว่างๆ รอบวชช่วงเดือนตุลาคม ก็อยู่บ้าน ดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต เล่นเกมคอมพิวเตอร์(ซึ่งก็เกมเดิมๆที่เอามาเวียนใหม่) ดื่มกาแฟเย็นแทบจะแทนน้ำเปล่า กับทำงานบ้านอย่างซักผ้า ตากผ้า ล้างจาน ทิ้งถุงขยะที่เต็ม ยืมรถยนต์พ่อขับ โทรศัพท์หาเพื่อน(ที่มักจะมีแต่คนอยุ่ไกลที่รุ้จักทางอินเตอร์เน็ต หรือไม่ก็อายุคนละรุ่นกับผม อย่างมีอยุ่สองคน คนหนึ่งอายุน้อยกว่าผมตั้ง5ปี ส่วนอีกคนก็เป็นผู้ใหญ่อายุจะ40ปีแล้ว) กับรอโอกาสที่จะได้ไปในที่ที่ขายเลโก้โดยที่ไม่ต้องออกค่าเดินทางแม้แต่บาท เดียว

-ตอนนี้นอกจาก LEGO แล้วก็มี มิวสิควีดีโอใน Youtube, รถยนต์, รายการสารคดี การ์ตูน และวาไรตี้โชว์ จาก TrueVisions, วีดีโอเกมส์ในคอมพิวเตอร์, เว็บไซต์สำหรับคนที่อายุเกิน18ปีขึ้นไป, เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผมในชีวิตประจำวัน(อย่างตู้เย็น เตาอบไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ ฯลฯ) อาหารฟาสฟู๊ดและพิซซ่า(ไม่ว่าจากแบรนด์ใดก็ตาม) รวมถึงครอบครัวของผมและเพื่อนๆที่ยังพบปะพูดคุยติดต่อกันอยู่ คือสิ่งที่ทำให้ชีวตผมสะดวกสบาย ลืมเรื่องทุกข์ร้อนเรื่องบ้าบอคอแตกและเรื่องร้ายๆต่างๆที่เคยเข้ามาในชีวิต ผมได้
-รวมถึง John Goodman และ น้าเน็ก ด้วย เห้นหน้าเขาและดูการแสดงเขาทีไร ชวนอมยิ้มทุกทีสิน่า
-ผม รู้ครับว่า มีอีกหลายคนที่ลำบากกว่าผมเยอะ และผมก็กระแนะกระแหน๋คนอื่นไว้มาก แต่ผมไม่เคยยกตัวเองว่าผมดีกว่าคนเหล่านั้น ไม่เคยพูดอะไรในลักษณะที่ว่า "เฮ้ ต้องเชื่อที่ฉันพูดนะ" หรือ "เฮ้ ฉันพูดถูก คุณสิผิด"ก็แค่อยากแสดงความแตกต่างในอีกด้านให้เห็นเท่านั้น ภาษที่ผมพูดหรือนำเสนอออะไร ผมยอมรับครับว่ามันไม่ใช่ ภาษาดอกไม้ แต่ถ้ามีใครจะแย้งอะไรหรือนำเสนออะไร ผมก็รับฟังเสมอ (แต่ต้องเป็นการแย้งอย่างมีเหตุผลและมีวิจาณญาณ ไม่ใช่แย้งแบบอารมณ์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง แบบที่ผมเคยเจอมาแล้วในที่อื่น)

- แต่อย่างน้อยผมก็ยังเอจเรื่องดีๆในชีวตเป้นสัดส่วนที่ค่อนข้างมากกว่าเรื่อง ไม่ดี แม้จะไม่ใช่เรื่องประเภทได้โชคประเภทเงินทองของมีค่า (ที่เอาไปซื้อ LEGO ได้) แต่ก็เป็นเรื่องดีๆที่อาจจะมีค่ามากกว่าสิ่งเหล่านั้นหลายเท่า และผมเจอคนดีๆเข้ามาในชีวิตไม่น้อยเหมือนกันครับ และเป้นคนดีประเภท ดีโดยเนื้อแท้ภายในจิตใจ ซะด้วยครับ

(และแล้วก็ตัดบทเข้ามาเรื่อง LEGO อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยซะงั้น) ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน เจอเรื่องบ้าบอคอแตกและเรื่องชวนหงุดหงิดมาสักเพียงใด รวมถึงจะเจอคำพูดชวนอารมณ์บ่จอย (ศัพท์โบราณมาก) สักเพียงใด "LEGO ขของเล่นที่ให้ความสุขแก่ผม และช่วยให้ลืมเรื่องไม่ดีต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิจได้ ท่ามกลางสังคมที่สับสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยผู้คนที่เอาแน่นเอานอนทางความคิด ไม่ได้" (เวอร์ไปมั๊ยเนี่ย)

" LEGO ความสุขที่คุณต่อได้ " (ฟังแล้วเหมือนเบียร์ Closter เลยวุ้ย)

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

110ข้อ

110 ข้อ ที่เป็นสิ่งที่ผมสังเกตเห็น ยึดมัน เชื่อ มาจนถึงปัจจุบัน จากหลายนๆสิ่งที่เคยประสบพบเจอมาในชีวิต

ซึ่งแน่นอนว่า มันอาจจะไปขัดแย้งกับมุมมองของหลายคน ซึ่งต้องขออภัยไว้ก่อนล้วงหน้า (ถ้าไม่ชอบก็..ไม่เป็นไรครับ that's your decision)

1.เรื่องบางเรื่องที่มีประโยชน์ เด็กกลับรู้ดีกว่าผู้ใหญ่ที่อายุรุ่นราวคราวผมเสียอีก

2.กว่าครึ่งหนึ่งของคนไทยที่มีบัตรATMนั้น ไม่รู้ว่าATMย่อมาจากอะไร

3.คนที่ใช้บัตรเครดิต ไม่ได้แปลว่าเป็นคนฟุ่มเฟือยหรือทำตัวสวนกระแสระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง

4.คนซื้อสินค้านำเข้า ไม่ได้แปลว่าไม่เป็นคนรักชาติ อาจเป็นเพราะของชิ้นนั้นไม่มีผลิตในไทย หรือสินค้านำเข้าชนิดนั้นกลับคุณภาพดีกว่าของที่ผลิตในไทย และราคาสมเหตุสมผลกว่า

5.คนไทยหลายคนเวลาซื้อของชอบเปรียบเทียบที่ราคา มากกว่าคุณภาพที่จะได้รับหรือความคุ้มค่าในระยะยาว

6.แทบไม่มีใครสนใจอ่านคู่มือเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโทรศัพท์มือถือที่ซื้อมาอย่างละเอียด จะมาอ่านอีกทีเมื่อเกิดปัญหาหรือใช้งานในฟังก์ชั่นนั้นๆไม่เป็น

7.รถยนต์ยอดนิยมไม่ได้แปลว่าเป็นรถที่มีคุณภาพดี

8.และการที่มันเป็นรถยอดนิยมที่ผลิตออกมามาก นั่นหมายความว่าโอกาสที่จะมีรถที่มีปัญหาตั้งแต่กระบวนการผลิตก็มีจำนวนสูงมากเช่นกัน

9.Honda Accord , Toyota Camry , Honda CR-V และรถยนต์ประเภทเดียวกันขนาดเดียวกันกับรถเหล่านี้ ที่คนไทยคิดว่าขับแล้วดูเป็นคนรวยนั้น ในประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และแถบยุโรปนั้น มันคือรถยนต์ของคนชนชั้นกลางครับ (แต่เรื่องนี้มันก็มีเรื่องรายได้เฉลี่ยของประชากรและอัตราภาษีของรถยนต์เข้ามาเป็นตัวแปรเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน)

10.และพวกบรรดารถตู้ที่บรรดาคนมีรวยทั้งหลายชอบมีใช้เพื่อเป็นพาหนะประจำตำแหน่ง อย่าง Toyota Commutitor หรือ Volkswagen Caravelle นั้น ในประเทศที่เป็นเมืองแม่ของรถเหล่านี้นั้น มันคือรถตู้สำหรับขนสินค้าครับ

11.ลายไม้ในห้องโดยสารรถยนต์ที่ราคาต่ำกว่า2ล้านบาท ส่วนมากเป็นลายไม้ปลอม

12.แขวนพระเครื่องสุดขลังเต็มคอ อันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธ์จนเต็มรถ แต่ถ้าขับรถโดยประมาท เมาแล้วขับ รถยนต์คันที่ขับนั้นสภาพไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะใช้งานได้อย่างปลอดภัย ก็ไม่ได้ช่วยให้แคล้วคลายใดๆเลย

13.ในบรรดารถยนต์แต่งซิ่งทั้งหลาย มีไม่ถึงครึ่งที่แต่งออกมาแล้วดูดีและเท่ นอกนั้นออกไปในแนว อุบาทว์

14.Honda Wave คือรถมอเตอร์ไซด์ที่โดนขโมยไปขายแถวประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุด

15.รถกระบะ คือรถที่ประสบอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตในแต่ละปีมากเป็นอันดับ2 รองจากรถมอเตอร์ไซด์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงกรานต์)

16.การเดินทางโดยรถยนต์ มีโอกาสที่จะประสบอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิต มากกว่าการเดินทางโดยเครื่องบินถึง 30เท่า17.รถยนต์เป็นตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพียงแค่

17เปอร์เซ็นต์ของสาเหตุทั้งหมด ตัวการหลักอยู่ที่ โรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน

18.ฉะนั้น ต่อให้คุณไม่มีรถยนต์ ไม่มีรถมอเตอร์ไซด์ ปั่นจักรยานไปไหนมาไหนมากกว่าใช้รถเมล์ ก็ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีส่วนในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพรราะยังไงบ้านหรือที่อยู่อาศัยของคุณก็ต้องใช้ไฟฟ้าอยู่ดี

19.ผลิตคอมพิวเตอร์Laptopหนึ่งเครื่อง ใช้พลังงานและก่อภาวะโลกร้อน มากกว่าการผลิตรถยนต์หนึ่งคันถึง 8 เท่า รวมถึงพลังงานที่ใช้ในการRecycleตอนที่มันใช้งานไม่ได้แล้ว ก็ยังใช้พลังงานมากกว่าด้วย

20.รถเมล์บางคันในกรุงเทพฯและรถโดยสารบางคันในต่างจังหวัดที่ยังวิ่งอยู่ ณ เวลานี้นั้น อายุของมันเกือบ 40 ปีแล้ว

21.ถ้าไม่มีการคอรัปชั่น เรื่องอื้อฉาวทางการเมือง เรื่องความเหลื่อล้ำทางสังคม นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังหลายคน นักเขียนการ์ตูนทั้งในขายหัวเราะ มหาสนุก หนังสือพิมพ์รายวัน และคอลัมนิสต์ตามนิตยสารต่างๆหลายคน เตรียมตัวกินแกลบแทนข้าวได้เลย เพราะนี่คือเรื่องที่คนเหล่านี้ใช้ในการหาเลี้ยงชีพ

22. รวมถึงพวกคนเขียนบทหนังและผู้สร้างหนัง ทั้งของไทยและต่างประเทศอีกหลายต่อหลายคนด้วย

23.และภาพยนตร์ ก็เป็นเพียงแค่สิ่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราลืมความเป็นจริงที่ไม่สวยหรูเหมือนในหนัง และให้เราสนุกกับสิ่งที่ไม่มีวันเป็นไปได้ หรือใช้เวลานานมากๆกว่าจะเป็นความจริง โดยเฉพาะหนังที่เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางสังคม หรือมีเรื่องนักการเมือง คนรวยที่ทำตัวอื้อฉาวมาเป็นประเด็น

24..ต่อให้พัฒนารถยนต์ให้ใช้เนื้อเพลิงหรือก่อมลพิษน้อยลงแค่ไหน ยังไงก็ไม่มีวันสร้างความพึงพอใจให้กับพวกที่เรียกตัวเองว่า นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้หรอก

25.ไม่เคยมีอุบัติเหตุไฟไหม้รถยนต์ใช้แก๊สครั้งไหน ทีมีสาเหตุมาจากตัวเชื้อเพลิงที่เป็นแก๊ส มักมาจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า หรือตัวเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมันมากกว่า

26.ไม่มีใครเคยเห็นตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆที่มีฉลากประหยัดไฟต่ำกว่า เบอร์5

27.คุณภาพเสียงเพลงจากไฟล์บีบอัดข้อมูล ไม่มีวันสู้เสียงเพลงจาก Audio CD คุณภาพดีได้

28.ซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติ ประหยัดน้ำกว่าการซักผ้าด้วยมือ

29.เตาอบไมโครเวฟ สามารถใช้สรรสร้างอาหารอร่อยๆได้หลายอย่าง ไม่ได้ทำได้แค่อุ่นอาหาร

30.บุหรี่ เบียร์ เหล้าขาว เครื่องดื่มมึนเมาทุกประเภท ก่อโทษให้แก่ร่างกายและทำให้ตายเร็ว มากกว่าการบริโภคอาหารฟาสฟู๊ดเสียอีก

31.นวัตกรรมต่างๆหรือที่เรียกกันว่า Option ในรถยนต์ป้ายแดงที่คนไทยคิดว่าเป็นของใหม่นั้น ในประเทศที่เป็นเมืองแม่ของบริษัทรถยนต์เหล่านั้นหรือประเทศที่เจริญแล้ว เขามีใช้ก่อนเรา4-5ปี บางอย่างนานกว่ากันเป็น10ปี เช่น ระบบนำทางผ่านดาวเทียม

32.คนขับรถtaxi และกระเป๋ารถเมล์บางคัน มองคนอ้วนเป็นสิ่งเลวร้ายและไม่อยากต้อนรับขึ้นรถ แม้พวกเขาจะมีปัญญาจ่ายค่าโดยสารก็ตาม

33.คนอ้วนมีเมียสวย คนแก่จุ้นจ้านเอาแต่ใจ คนที่ใช้ชีวิตอย่างอีเหละเขละขละไร้แก่นสารแต่ยังมีเงินเลี้ยงชีพอยู่ได้อย่างสบาย คือสิ่งที่มีให้เห็นประจำและเป็นจุดขายสำคัญของSitcomในช่องTrue Series

34.และคุณยังจะต้องมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี รู้จักติดตามข่าวสารความรู้รอบตัวของต่างประเทศ ถึงจะgetมุขในSitcomเหล่านั้นได้ (และมีสายตาที่ดีไว้อ่านsubtitleด้วย)

35.บางครั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโทรศัพท์มือถือที่มีตัวเครื่องเป็นสีดำแบบแต่ก่อน ก็ดูดีกว่าพวกที่เป็นสีเงินซึ่งเป็นสียอดฮิตของสินค้าเหล่านี้ค.ศ.2000จนถึงปัจจุบัน

36.น้ำมันแพงแค่ไหน เราก็ยังเห็นรถยนต์และมอเตอร์ไซด์วิ่งกันเต็มถนนจนแทบถึงขั้นรถติดทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

37.และการบ่นนั้น ไม่ได้ช่วยให้น้ำมันราคาถูกลงเลยแม้แต่นิดเดียว

38. บรรดาSMSที่คุณส่งไปด่าไอ้นู่น ว่าไอ้นี่ ไม่ช่วยทำให้ปัญหาที่เขาถกกันในรายการนั้นถูกแก้ไขได้เลยแม่แต่น้อย มีแต่จะทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิดเพิ่มเข้าไปอีก

39.หลายคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในทาวน์เฮ้าส์หรือหมู่บ้านจัดสรร แทบไม่รู้จักเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆกันทั้งที่อยู่มาเป็นปี

40.และเมื่อคุณปลูกต้นมะม่วงหรือต้นผลไม้ไว้ในบริเวณรั้วบ้านคุณ กิ่งที่ยื่นออกไปทางฝั่งเพื่อนบ้านหรือด้านนอกถนน มักจะออกผลมากกว่าฝั่งที่อยู่ในบ้านคุณเสมอ

41.และการเด็ดผลไม้จากต้นบ้านคนอื่นมากิน แม้กิ่งมันจะยื่นเข้ามาในบ้านคุณนั้น คุณมีสิทธิ์ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานลักขโมย

42.ในต่างจังหวัดบางจังหวัด มีร้านและแผงขายโทรศัพท์มือถือ มากกว่าร้านให้บริการอินเตอร์เน็ต แถมหาง่ายกว่าร้านให้บริการอินเตอร์เน็ตด้วย

43.และร้านเหล่านี้ ก็มักจะมีไว้รองรับพวกเล่นเกมออนไลน์ มากกว่าไว้รองรับ ผู้ที่ต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ในธุระที่นอกเหนือจากการ chat

44.และเพราะคนบางกลุ่ม ทำให้Camfrog ถูกมองในแง่ลบและกลายเป็นสิ่งไม่ดี ทั้งทีจุดประสงค์ของมันถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คนหูหนวกสื่อสารกันผ่านทางคอมพิวเตอร์ได้สะดวกขึ้น กับเพื่อใช้ในประโยชน์ทางธุรกิจอย่างvideo conference

45.คนบางคนชอบที่จะคุยกับเพื่อนทางอี- เมลล์หรือทางโทรศัพท์มือถือที่ไม่เคยเห็นหน้า มากกว่าคนใกล้ตัวที่เห็นหน้ากันแทบทุกวัน

46.ร้านขายของชำสามารถอยู่รอดได้ ถ้ารู้จักปรับปรุงคุณภาพการบริการ และเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม

47.เครื่องเสียงติดรถยนต์แบบที่เล่นเทปคาสเซ็ตได้นั้น ใกล้ศูนย์พันธุ์แล้ว

48.ในประเทศไทย ยังมีอีกหลายคนที่ใช้ pager กันอยู่ และไม่ผิดที่เขาจะใช้

49.ต่อให้ไม่มีกฎหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์ที่ออกมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน การโพสข้อความด่าคนอื่นทางอินเตอร์เน็ต หรือข้อความใดๆที่ทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงได้รับความอับอาย มีความผิดฐานหมิ่นประมาท จำคุกอย่างน้อย6เดือน และเสียค่าปรับอีกแพงพอสมควร

50.การเป็นชายอ้วนไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมายหรือขัดความสงบสุขของสังคม และรายการThe Biggest Loserทางช่องHallmark ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับชายอ้วนทุกคน (และไม่ใช่สิ่งที่คนอ้วนทุกคนต้องเชื่อ)

51.ที่เย็บกระดาษ ภาษาอังกฤษเรียกว่า stapler ไม่ใช่ max เพราะmaxเป็นแค่ยี่ห้อของที่เย็บกระดาษเท่านั้น

52.เช่นเดียวกับคำว่า ประจำเดือน ซึ่งภาษาอังกฤษสำหรับตำนี้ที่ถูกต้องคือ period ไม่ใช่ men ส่วนอาการปวดประจำเดือนนั้น ภาษาอังกฤษเรียกว่า period pain

53.คำว่ายุคประชาธิปไตย..ไม่ได้แปลว่า ทำอะไรหรือด่าใครยังไงก็ได้ตามใจฉัน..แยกแยะให้ออกจากกันด้วย

54.เช่นเดียวกับความหมายของ เสรีในยุคประชาธิปไตยที่ถูกต้อง คือเสรีที่มีขอบเขต ความพอดี และความถูกต้อง เพราะถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็เหมือนกับถนนที่ไม่มีกฎจราจร

55.ไก่ทอดจากร้านฟาสฟู๊ดอย่าง KFC อาจเป็นไก้ทอดเพียงแห่งเดียวที่กินได้อย่างปลอดภัยจากสารก่อมะเร็งที่ตกค้างในน้ำมันที่ทอด

56.และร้านไก่ทอดหลายแห่งตามข้างถนนหนทางที่คุณเห็นนั้น ก็ไปซื้อน้ำมันใช้แล้วต่อมาจาก KFC และร้านฟาสฟู๊ดพวกนี้มาทอดไก่ขายให้คุณซื้อกิน

57.ไม่ต้องไปปอดแหกกับ ไข้หวัดนก ให้มากจนประสาทกิน ถ้าคุณไม่ใช่พวกที่ชอบบริโภคไข่ที่ไม่ปรุงให้สุก หรือต้องสัมผัสคลุกคลีกับไก่ (หรือเป็นปอบ)

58.ถ้าไม่มี พริตตี้ งานมอเตอร์โชว์จำนวนคนเข้าชมคงลดลงไปย่างน้อย50เปอร์เซ็นต์

59.คำหยาบคาย ขายเซ็กซี่ มุขตลกใต้สะดือ คือจุดขายของหนังไทยส่วนมาก หลังยุคที่หนังเรื่อง ปอบ หวีด สยอง ออกฉาย

60...เช่นเดียวกับหนังประเภท ตลกเรียงกันเป็นแถบ ที่ไม่ต่างอะไรจากยกมุขตลกคาเฟ่ทั้งยวงมาใส่เอาไว้ และดูแล้วเหมือนช่วยกันขนตลกมาเล่นหนังด้วยความเกรงใจจากบุญคุณเก่าในยุคที่ตลกค่าเฟ่รุ่งเรืองสุดขีด

61.พวกนักวิจารณ์หนังที่ทำหนัง มักทำออกมาได้ในระดับเพียงแค่..พอใช้ได้ เท่านั้น

62.เรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ ในยุคบ้านทรายทองนั้น ในปัจจุบันนี้ยังมีอยู่ เช่นเดียวกับเรื่องประเภท การไม่ถูกกันระหว่างฝ่ายชายและพ่อแม่ฝ่ายหญิง ที่เห็นกันบ่อยๆในละครรอบบ่ายหรือละครหลังข่าว

63.หลายครั้งที่โฆษณาประเภทรณรงค์เพื่อให้ประชาชนตื่นตัว กลับทำออกมาในแบบที่ดูแล้วไม่สร้างสรรค์ แถมส่อไปในแนวรุนแรง

64.คนไทยทุกคนร้องเพลงhappy birthday ผิดอยู่เสมอ ในท่อนที่ว่า happy birthday , happy birthday ที่ก่อนลงท้ายด้วยท่อน happy birthday to you ในตอนจบ ส่วนที่ผิดคือประโยคที่ขีดเส้นใต้ ซึ่งท่อนนี้ต้องร้องว่า to.แล้วตามด้วยชื่อเจ้าของวันเกิด

65.แม้แต่ เพลงชาติไทย ก็เช่นกัน ที่มีผลสำรวจมาว่ากว่าครึ่งหนึ่งของคนไทยที่ไปสำรวจซึ่งมีจำนวนมากพอสมควรนั้น ร้องเพลงชาติไม่ถูกต้องตามเนื้อเพลง...กลุ่มคนที่ไปสำรวจนี่ไม่ใช่ต่างด้าวหรือคนที่อานไม่ออกเขียนไม่ได้นะครับ...เป็นคนเมืองที่อยู่ในกรุงเทพฯนั่นแหล่ะ

66.ประเทศไทยอาจจะเป็นประเทศเดียวในโลก ที่มีการสาปแช่งคนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มมึนเมาในโฆษณาสินค้าพวกนี้และในการ์ตูนโดยเฉพาะการ์ตูนรายสัปดาห์เล่มละ15บาทของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง..รวมถึงคนที่สูบบุหรี่..แต่ผู้บริโภคสินค้าเหล่านี้กลับแทบไม่ลดลง เผลอๆเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

67.ถ้าเราบริโภคอาหารถูกต้องตามหลักโภชนาการหรือมีสุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว..อย่ากระเสือกกระสนไปเสียเงินซื้อสารพัดอาหารเสริมมาทานเลยครับ

68.หลายประเทศบริโภคอาหารฟาสฟู๊ดกับอาหารจานหลักที่มีแป้งและไขมันเยอะกว่าคนไทย แต่ค่าเฉลี่ยอายุของคนในประเทศเขากลับสูงกว่าคนไทย ที่บ้าเห่อกินชีวจิต น้ำRC หรืออะไรก็ตามแล้วแต่ความนิยมในเวลานั้น (คงเพราะการแพทย์และงานด้านสาธารณสุขของเขาดีกว่าของเราในบางแง่)

69.นับวัน ขายหัวเราะ-มหาสนุก จะยิ่งห่างไกลจากการเป็น การ์ตูนที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน หรือ การ์ตูนที่เหมาะสมกับคนทุกกลุ่ม

70.พ่อครัวตามโรงแรมระดับ5ดาวแทบทุกแห่ง..เงินเดือนและสวัสดิการณ์เทียบเท่าหรือสูงกว่าทหารยศนายพล แถมนาฬิกาข้อมือ รถยนต์ส่วนตัว โทรศัพท์มือถือ อาจจะใช้แพงกว่าด้วยซ้ำ (แค่การเป็นพ่อครัวตามโรงแรมใหญ่ๆ มันดูไม่มีอำนาจแบบพวกทหารหรือข้าราชการกลุ่มอื่นๆ แม้จะเป็นพ่อครัวจบปริญญาจากเมืองนอกและโรงแรมที่ทำงานคือSOFITELหรือSHERATONก็ตาม)..ดุเหมือนบางครั้งตำแหน่งงานที่ดูว่าไม่น่ามีอำนาจอะไรก็ได้เงินค่าตอบแทนสูงกว่าตำแหน่งงานที่ดูมีอำนาจในสายตาของคนในสังคมโดยรวม

71.และปูอัดนั้น ในญี่ปุ่นมันคืออาหารของคนระดับชนชั้นกรรมมาชีพ และมันก็ไม่ได้ทำมาจากปูจริงๆ

72.ipodปลอมที่วางขายกับเกลื่อนกลาดตามคลองถมและบรรดาI.T. MALL คือเครื่องที่ชี้ชัดว่าในเมืองไทยยังมีคนจำพวก รสนิยมสูง รายได้ต่ำ อยู่มาก (เพราะเห็นว่ายอดขายค่อนข้างเยอะด้วย)

73.ในต่างจังหวัดหลายแห่ง ตลาดนัดธรรมดาๆที่ส่วนใหญ่ขายสินค้าราคาถูกๆจำพวกเสื้อผ้าราคา99-199บาท ของใช้ในครัวเรือนชิ้นละไม่ถึง50บาท เครื่องมือช่างราคา99บาท(ที่คุณภาพมักไม่ค่อยดี) ก็สามารถเรียกว่า งานมหกรรมแสดงสินค้า หรือ EXPOได้แล้ว (ทั้งที่บรรยากาศในงานไม่น่าเรียกซะขนาดนี้เลย)

74.ถังน้ำมันในรถยนต์หลายรุ่นหลายยี่ห้อ เป็นเพียงแค่พลาสติกหนาๆเท่านั้น หรือถ้าเป็นเหล็ก ก็บางยิ่งกว่าเหล็กที่ใช้ทำแทงค์น้ำทรงสี่เหลี่ยมเสียอีก

75.คนผอมก็มีสิทธิ์เป็นโรคที่เกี่ยวกับ คอเรสเตอรอล ได้

76.คนที่ไม่ใช้ น้ำมันแกสโซฮอล ไม่ได้แปลว่าคนคนนั้นโง่หรือไม่รักชาติ และมันก็เป็นสิทธิ์ของคนคนนั้น ในการเลือกเชื้อเพลิงให้แก่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ของตนเอง

77.รถยนต์ยี่ห้อและรุ่นเดียวกันแต่เครื่องยนต์เล็กกว่า ไม่ได้แปลว่าประหยัดน้ำมันกว่าเสมอไป

78.นักการเมืองที่ดี มีจำนวนเยอะกว่านักการเมืองที่ไม่ดีอยู่หลาย10เท่า แต่เพราะนักการเมืองไม่ดีบางคน ทำให้ประชาชน (โดยเฉพาะพวกชนชั้นกลางค่อนไปทางจน) มองนักการเมืองในแง่ลบแบบเหมารวมไปในทันที

79.คนบางคน พอเป็นคนอ้วนแล้วดูดีกว่าเป็นคนผอม

80.และสำหรับคนอ้วนทุกคน ถ้าคุณรู้จักเลือกเสื้อผ้าและสไตล์การแต่งตัวที่เหมาะสม คุณก็ดูดีได้เช่นกัน

81.และคนอ้วน ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นโรคอ้วนทุกคน

82.โทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์ธรรมดาของคนส่วนใหญ่นั้น มีความสกปรกแทบจะเทียบเท่าหรือยิ่งกว่าที่นั่งชักโครกเสียอีก (ก็เพราะน้ำลายของคนที่พูดนั่นแหล่ะครับ)

83.ไม่ใช่แต่โทรศัพท์มือถือที่จะมีสิทธิ์ถูกกระแสไฟฟ้าผ่าเมื่อใช้ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงหรือใต้ชายคาอาคารตอนมีพายุฟ้าผ่า อุปกรณ์รับส่งคลื่นวิทยุและอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภทก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

84.การใช้คอมพิวเตอร์laptopโดยการวางไว้บนตักบ่อยๆนั้น มีความเสียงที่จะเป็น มะเร็งต่อมลูกหมาก ได้

85.มีหลายคนที่จำไม่ได้ว่าเบอร์โทรศัพท์มือถือของญาติหรือเพื่อนที่โทรหาบ่อยๆได้ เพราะส่วนใหญ่มักกดเรียกจากที่บันทึกในตัวเครื่องโดยตรง

86.ถ้าคิดคำนวณโดยใช้รายได้เฉลี่ยของประชาชนมาเป็นตัวอ้างอิง..รถยนต์และมอเตอร์ไซด์ในปัจจุบันราคาถูกกว่าสมัยเมื่อ20หรือ30ปีที่แล้วมากๆ (ฉะนั้นนึกถึงเหตุผลโดยรวมให้ดีๆก่อนที่จะบ่นเวลาเห็นหรือได้ยินราคารถยนต์รุ่นใหม่ๆว่า ทำไมรถยนต์สมัยนี้ราคาแพงจัง)

87.การยกของหนักอยู่บ่อยๆ ก็มิสิทธิ์เสี่ยงมากที่จะเป็น โรคริดสีดวงทวาร ได้เช่นกัน

88.หลายคนลงทุนจ่ายเงินหลายพันซื้อเครื่องเล่นDVDไว้ใช้ที่บ้าน หรือหลายหมื่นสำหรับเครื่องเล่นDVDพร้อมจอภาพไว้ในรถยนต์ของตัวเอง แต่กลับไม่ลงทุนซื้อแผ่นDVDหนังแท้ๆที่เป็นของถูกต้องตามลิขสิทธิ์

89และถ้าคุณรักและชื่นชอบ นักร้อง ดารา คนนั้นจริงๆ ก็ลงทุนซื้อCDที่เป็นของแท้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ซื้อของละเมิดลิขสิทธิ์หรือยืมคนอื่นมาcopyต่อ

90. ของกินหน้าโรงหนังแพง อย่ซื้อสิครับ แล้วจะไปกินหรือไปดูหนังกันแน่ (เห็นบางคนหอบของกินเข้าไปยังกับจะไปจัดปิกนิกในนั้น)

91.บางครั้งการประมูล ก้ทำให้สินค้านั้นราคาสูงกว่าความเป็นจริง

92.ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขาย แผ่นเกมแบบถูกต้องตามลิขสิทธิ์ ราคาถูกอันดับต้นๆ (อาจจะที่สุด) ของเอเชีย

93.ถ้ารักและชอบศิลปินคนนั้นจริงๆ ก็อุดหนุนผลงานที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ดีกว่าครับ

94.คุณภาพของ LEGO อาจจะลดลงกว่านี้ ถ้าทางบริษัทคิดจะจับตลาดคนระดับรากหญ้า ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะหมายถึงการ downgrade ผลิดภัณฑ์ หรือการ ลดต้นทุนการผลิต (แบบที่เคยเกิดขึ้นแล้วในสินค้าอย่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์บางยี่ห้อ)

95.รถยนต์ไฟไหม้แล้วระเบิดตูมตาม เป็นเพียงแค่สิ่งลวงตาที่ผู้สร้างหนังหลอกเราเท่านั้น

96.การแสดงความเห้นอย่างเคารพต่อความคิดที่แตกต่างในโลกออนไลน์ แทบน้อยลงไปทุกวัน ทุกวัน (ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ)

97. สามหนุ่มสามมุม, รวมพลคนนน่าใช้, คู่คนละขั้ว คือ ซิทคอมสัญชาติไทยกลุ่มสุดท้าย ที่ทำออกมาได้ดีมีคุณภาพ ซึ่ง ซิทคอมสัญชาติไทยรุ่นใหม่ๆ เทียบคุณภาพและความเหมาะสมของเนื้อหาแทบไม่ติด (ก็พวกที่หลายคนฮิตดูกันอยู่ทาง free tv นี่แหล่ะ)

98.คุณภาพของเพลงและหนังเดี๋ยวนี้ ค่อนข้างส่วนทางกับปริมาณที่ออกมาสู่ตลาดเสียเหลือเกิน (แต่คนก็ดูกันบาน แต่หนังที่คนดุเยอะ ไม่ได้แปลว่าต้องเป้นหนังดีนี่ครับ)

99.จีน เป็นเพียงแค่โรงงานรับจ้างประกอบสินค้าเท่านั้น สืนค้าจีนตีตลาดเยอะก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็ ทำให้แบรนด์สินค้าของญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา มีแบรนด์สินค้าที่เป้นของจีนแท้ๆสักกี่ราย (ซึ่งก็ยังได้รับความนิมน้อยกว่าของญี่ปุ่น เกาหลี อยู่มาก) คอมพิวเตอร์ laptop หลายเครื่องที่ตีตรา made in china แต่อะไหล่ข้างในซึ่งเป็นชิ้นส่วนอิเล็คโทรนิคที่มีความละเอียดสลับซับซ้อนนั้น ก็ผลิตจากประเทศอื่นที่มีฝีมือและเทคโนโลยีการผลิตที่ดีกว่า เห็นว่าพวก hard drive เกือบ 45% ของคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วโลกนั้น ผลิตในประเทศไทยนี่แหล่ะครับ (สาระความรู้จากรายการ Mega Clever)

100.ประเทศอื่นที่เจริญกว่าเราอย่างญี่ปุ่น อเมริกา และอื่นๆทั้งในแถบยุโรปและเอเชีย ก็มีเรื่องคอรัปชั่น อาชญากรรม ความรุนแรงในหมู่เยาวชน น้ำมันแพง รถติด และเรื่องอื่นๆที่เราบ่นกันบ่อยๆ แบบเดียวกับที่ประเทศไทยเรามีนี่แหล่ะ แค่ข่าวมันอาจจะมาไม่ถึงเราละเอียดสุดๆแบบในหนังสือพิมพ์รายวันเท่านั้น

101.ชอบพกคอมพิวเตอร์ laptop ไปไหนมาไหนเป้นประจำ แม้รู้ว่าคุณเอาไล้วจะไม่ได้ใช้มันก็ตาม และรู้ว่าไม่ต้องเอาไปก็ได้ คือหนึ่งในอาการที่แสดงว่า คุณกำลังเป้นพวกเสพติดโลก IT มากเกินไป

102. Playstation 3 คือ เครื่องเล่นวีดีโอเกมยุค next gen. ที่กินไฟมากที่สุด (เห็นว่าเกือบเท่าตู้เย็น 6.5 คิว ในการใช้งานแบบ เล่นทุกวัน แบบนักเล่นเกมทั่วไป)

103.ณ เวลานี้ ไม่มีเกมจำลองชีวิตคนแบบเสมือนจริงอันใด ที่ดีไปกว่า The Sims 3 แล้ว

104.บางครั้ง เกมภาคใหม่กว่าที่เพิ่งออกมาทีหลัง ไม่ได้แปลว่ามันจะดีกว่าภาคก่อนหน้านี้ (เช่นที่เคยเกิดขึ้นแล้วใน The king of fighter 12 และ Simcity Society)

105.ก่อนที่คุณจะบ่นว่า เกมต่อสู้ที่คุณเล่นนั้น ทำไมมีตัวละครน้อยจัง ขอถามกลับหน่อยนะครับว่า คุณเล่นตัวละครที่มีอยู่ เป็นและเก่งทุกตัวแล้วหรือยังครับ

106. หญิงไทยบางคนแต่งงานกับฝรั่ง เพียงเพราะแค่ มันเป้นค่านิยมของคนในท้องถิ่น กับ อยากรู้สึกว่ามีชื่อเสียง เท่านั้น

107.หลายครั้งราคาของสินค้า ก็บ่งบอกคุณภาพของมันได้

108.คุณภาพพลาสติกที่ใช้ทำ LEGO ดีกว่าที่ใช้ทำกันชนและชิ้นส่วนของรถยนต์ญี่ปุ่นยอดนิยมหลายยี่ห้อ

109.ผู้หญิงขับรถบรรทุก ผู้ชายแท้ๆเป็นช่างเสริมสวย ไม่ใช่เรื่องแปลก

110.ซื้เสื้อผ้าใม่ครั้งใด ควรเลือกขนาดที่ใหญ่กว่าตัวเองสัก 2 ไซส์ (เช่นเอว 40 ก็ซื้อสัก 42) เพื่อความประหยัดในอนาคต

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

40 เรื่องจริงในหนังฝรั่ง


1. เมื่อมีตัวละครไอ ขอให้คุณเตรียมใจไว้ว่าเขาจะตายด้วยโรคร้ายตอนท้ายเรื่อง
2. ตำรวจจะสะสางคดีได้ก็เมื่อเขาถูกพักงานเท่านั้น
3. พระเอกจะไม่ร้องซักคำแม้จะโดนยำ โดนตื้บหนักแค่ไหน แต่ถ้านางเอกทายาที่แผลให้เมื่อไร เขาจะร้องโอดโอย และในบางกรณีก็จะค้อนหนึ่งทีเป็นอย่างน้อย
4. ไม้ขีดไฟก้านเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะให้ความสว่างกับห้องทั้งห้องได้ (ไฟแช็คก็ได้ผลเช่นเดียวกัน)
5. ผ้าห่มทุกผืนถูกออกแบบเป็นรูปตัว L เพื่อให้ด้านหนึ่งคลุมไปได้ถึงหน้าอกของผู้หญิง (มักจะหนีบไว้ด้วยรักแร้) ส่วนอีกด้านหนึ่งปกปิดได้เพียงแค่พ้นเอวผู้ชาย (ที่นอนอยู่ข้างๆเธอ) มาหน่อยนึง
6. สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว ในกรณีที่บริเวณนั้นไม่มีผ้าห่ม บรรยายกาศรอบตัวชายหญิงคู่นั้นจะถูกปกคลุมด้วย หมอก (บางที เรียกว่า หมอกแห่งศีลธรรม) จนกว่าจะมีเสื้อผ้าติดตัว
7. แผ่นดิสก์ทุกแผ่นสามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการอะไรเวอร์ชั่นไหนก็ตาม
8. ในถุงช็อปปิ้งจากซุปเปอร์มาเก็ตต้องมีขนมปังฝรั่งเศษแท่งๆ เสียบไว้อย่างน้อยหนึ่งอันเสมอ
9. หมายเลขโทรศัพท์ทุกหมายเลขในอเมริกาต้องขึ้นต้นด้วย 555 เท่านั้น
10. เราสามารถใช้เครดิตการ์ดหรือคลิบหนีบกระดาษในการสะเดาะประตูทุกบานได้เสมอ ยกเว้นในกรณีที่หลังประตูบานนั้นมีเด็กติดอยู่และไฟกำลังไหม้ท่วมตึก
11. ทุกคนตื่นจากฝันร้ายจะลุกขึ้นนั่งตัวตรงเหงื่อแตกพลั่ก หอกฮักๆ หัมมองรอบตัว
12. เกือบจะทุกครั้งที่รถคว่ำหรือชนกันอย่างแรง รถจะระเบิดอย่างรุนแรงและบางทีก็จะระเบิดซ้ำๆ กันสองสามครั้งจากมุมมองที่ต่างกัน
13. เมื่อตำรวจสืบคดีอะไรก็ตามการเข้าไปหาข้อมูลในบาร์อโกโก้นั้น นับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และถึงแม้จะเข้าไปตอนแปดโมงเช้าไม่มีแขกมาเที่ยวสักคน บนเวทีต้องมีน้องๆเต้นอยู่เสมอ (พร้อมด้วยหมอกแห่งศีลธรรม)
14. ไม่ว่าคุณพ่อจะทำงานอะไร เขาจะจำวันเกิดลูกชาย(มักจะอายุแปดขวบ)ไม่ได้เลย หรือในกรณีที่จำได้เขาก็มักจะกลับมาร่วมฉลองไม่ทัน
15. ตำรวจผู้ซื่อสัตย์ และขยันขันแข็งมาตลอดชีวิตการทำงานจะถูกยิงตายก่อนวัยเกษียนสามวัน
16. เมื่อไหร่ที่ได้เห็นกระจกบานใหญ่ ไม่ว่าจะแนวตั้งแนวนอนจะมีคนถูกโยน หรือถูกถีบทะลุออกมาภายในเวลาไม่กี่อึดใจ
17. เมื่อคุณต้องวิ่งหนีการตามล่าจากผู้ร้ายพร้อมอาวุธครบมือกลางเมืองใหญ่ ขอให้สบายใจได้ว่าจะมีขบวนพาเหรดอะไรซักอย่างมาให้คุณได้พลางตัวได้อย่าง หวุดหวิด
18. ในกรณีที่ไม่มีขบวนพาเหรดขอให้คุณกระโดดลงแม่น้ำลำคลองที่ใกล้ที่สุด กระสุนของผู้ร้ายจะทะลุน้ำลงไปแล้วเฉียดตัวคุณไปมา ไม่ว่าคุณจะอยู่ตื้นแค่ไหน
19. เมื่อมีเสียงลึกลับดึงขึ้นกลางดึกในบ้านผีสิง คุณผู้หญิงมักจะออกสำรวจพื้นที่ในชุดนอนโปร่ง และเปิดเผยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
20. เมื่อกระสุนหมด คุณจะมีกระสุนสำรองในกระเป๋ากางเกงเสมอ แม้คุณจะไม่ได้พกมันมาด้วยก็ตาม
21. ไม่ว่าเมืองใดถ้าถูกคุกคาม ด้วยสัตว์ร้ายกระหายเลือด คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเป็นสิบ นายกเทศมนตรีของเมืองนั้น จะคำนึงถึงภาพพจน์ของเมืองในฐานะเมืองท่องเที่ยวหรือไม่ก็ งานแสดงศิลปะที่กำลังจะจัดในอีกสองวันเปนอันดับแรก
22. ไม่ว่าคุณจะถูกรุมล้อมด้วยฝ่ายตรงข้ามเป็นสิบหรือมากกว่านั้น ถ้าการต่อสู้กันมีส่วนผสมของมวยจีนอยู่ ฝ่ายตรงข้ามจะเข้ามาโจมตีคุณทีละคนเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะเต้นวนไปรอบๆ รอให้เพื่อนถูกเตะก่อน
23. จะมีที่ว่างให้คุณได้จอดรถที่หนึ่งเสมอ หน้าตึกที่คุณจะต้องเข้าไปไม่ว่าจะอยู่ในเมืองใหญ่แออัดแค่ไหนก็ตาม
24. ใครก็นำเครื่องบินลงจอดได้ ขอให้มีใครอีกซักคนที่หอบังคับการคอยแนะนำผ่านทางเฮดโฟน
25. พนักงานขับพาหนะทุกประเภท ถ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นๆ จะมีโอกาสตายเพราะถูกลูกหลงมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
26. ไม่เคยมีสวิตซ์ไฟในห้องครัว ถ้าต้องเข้าครัวตอนดึก การเปิดตู้เย็นเป็นหนทางเดียวที่จะได้มาซึ่งแสงสว่าง
27. สุนัขมักจะเป็นอมตะ ยกเว้นกรณีที่ต้องข้องเกี่ยวกับสัตว์นอกโลกหรือหุ่นยนต์จากอนาคต
28. ในห้องเก็บของทุกบ้านจะมีลังเก็บของเก่า ในลังนั้นถ้าค้นอย่างตั้งใจจะไม่เจออะไรที่สำคัญ แต่เมื่อทำหล่นเมื่อไรของสำคัญที่ว่าจะโผล่ออกมาเอง ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวการตายอันแปลกประหลาดที่ตัดมาจากหนังสือพิมพ์
29. ทุกเช้าคุณแม่จะเตรียมไข่ดาว เบคอนและวัฟเฟิลไว้บนโต๊ะเสมอ ถึงแม้คุณลูกจะไม่เคยกินเลยก็ตาม (คุณพ่อจะซดกาแฟ คุณลูกจะซดน้ำส้มแล้วก็รีบออกจากบ้านไปทันที)
30. ลิปสติกทุกแท่งทุกยี่ห้อเมื่อได้ทาแล้ว มันก็จะติดทนอยู่บนริมฝีปากของคุณอย่างมหัศจรรย์ ต่อให้ลุยน้ำลุยไฟที่ไหนก็จะไม่เลือนออก
31. คนหนึ่งคนมีโอกาสยิงคนยี่สิบคนตายหมด มากกว่าคนยี่สิบคนยิงคนหนึ่งคนไปตาย
32. กรมตำรวจจะเลือกคู่หูที่เข้ากันไม่ได้มาให้ตัวเอกของเรื่องเสมอ
33. ข่าวในโทรทัศน์จะมีแต่เรื่องที่สำคัญต่อคุณเท่านั้น
34. ไม่ว่จะอยู่ตึกไหนในกรุงปารีสเราจะมองเห็นหอไอเฟลได้อย่างไม่มีปัญหา
35. ท่อแอร์ในตึกทุกแห่งเป็นที่ดีที่สุดในการหนีผู้ร้าย และมันยังนำเราไปสู่ทุกที่ในตึกนั้นได้โดยไม่มีใครสังเกต
36. ไม่ว่าเราจะตัวใหญ่แค่ไหน ท่อแอร์จะใหญ่กว่าเราเสมอ
37. เมื่อต้องจ่ายค่าแท็กซี่จงล้วงกระเป๋าสตางค์แลวหยิบเงินออกมามั่วๆ โดยไม่ต้องก้มลงไปดูเงินที่หยิบออกมาจะมีค่าเท่ากับค่าโดยสารพอดีทุกครั้งไป
38. ชาวต่างชาติจะพูดภาษาอังกฤษเท่านั้น แม้ว่าจะคุยกับคนชาติเดียวกันสองคนก็ตาม
39. เลื่อยไฟฟ้าเป็นของใช้ประจำบ้านที่จะมาอยู่ใกล้ๆ มือทุกครั้งที่ต้องการจะใช้ คุณจะใช้มันเป็นได้อย่างคล่องแคล่วทันที
40. เมื่ออยู่ในสนามรบ อย่าเอารูปแฟนขึ้นมาดู อย่าอ่านจดหมายที่ได้รับจากทางบ้าน อย่าเล่าเรื่องในวัยเด็กให้ใครฟัง คุณจะรอดชีวิตกลับมาบ้านแน่นอน!!!

อันนี้ตั้งข้อสังเกตเอง

-ในหนังแนวระทึกขวัญ โทรศัพท์มือถือที่เคยใช้ได้โทรคล่องมาร้อยวันพันปี พอมาเจอเรื่องร้ายๆถ้าไม่แบ็ตฯหมดก็ไม่มีสัญญาณ หรือถ้าเป็นวิทยุสื่อสารก็ดันมาเจอเรื่องจุดอับคลื่นเข้าให้อีก
- Sony คือยี่ห้อของโทรทัศน์และจอแสดงผลที่สิ่งมีชีวิตในหนังชอบใช้มากที่สุด ถ้ามีฃ็อตที่กล้องต้องจับภาพที่จอทีวีจะเห็นยี่ห้อนี้บ่อยที่สุด
-และถ้าเป็นหนังแนวกีฬา ประเภทอเมริกันฟุตบอล ในทีมที่เป็นทีมเด่นทีมนำของเรื่องนั้นจะมีผู้เล่นเป็นคนอ้วนเสมอ

หนังแอ็คชั่นประเภท "ตำรวจคู่หู" แทบจะทุกเรื่อง รวมถึงหนังที่มีหระเอกเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหน่วยใดก็ตาม ใช้สูตรนี้เป๊ะ แม้แต่ Die Hard ก็มีตรงในหลายข้อแล้วไอ้ที่หลายคนเห็นในหนังแบบ จุดไฟแช็คใส่น้ำมันเครื่องบินที่รั่วแล้วไฟจะลุกตามสายน้ำมันจนเครื่องบิน ระเบิดนั้น ไม่จริงครับ รายการ Mythbuster ทางช่อง Discovery ทดลองดูแล้วกับการจัดไฟใส่น้ำมันเครื่องบิน แม้ว่าจะใช้เครื่องพ่นไฟ และ เพิ่มเชื้อเพลิงสักเท่าไหร่ ไฟก็ไม่ติด น้ำมันดีเซลก็เช่นกัน เพราะเชื้อเพลิง2ประเภทนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบให้จุดไฟติดแบบที่ทดลองกัน ต้องถูกสันดาปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่มีแรงอัดและส่วนผสมของอากาศกับ เชื้อเพลิงที่เพียงพอเท่านั้นไอ้พวกฉากที่ ปั๊มน้ำมันระเบิดเพราะไม้ขีดไฟก้านเดียว ก็ไม่จิรงอีกหล่ะครับ ถึงมันจะเป็นเชื้อเพลิงที่ไวไฟ แต่รายการ mega Clever เคยทดลอง จุดไม้ขีดไฟโยนลงอ่างที่มีน้ำมันเบนซินแบบ high octan ไฟก็ไม่ติดครับ แน่นอนรวมถึงฉากประเภท จุดไฟตามสายน้ำมันของรถยนต์ที่ถังน้ำมันรั่วจนไฟลุกทันรถยนต์คันนั้นแล้ว ระเบิดตูมตาม ไม่จริงอีกหล่ะ ทดสอบแล้วโดยรายการเดียวกันของทางช่อง Discovery เพราะถึงไฟจะติด แต่ยิ่งระยะห่างเท่าไหร่ ความเข้มของไอเชื้อเพลิงก็จะน้อย ไฟจะลุกนิดเดียวแล้วก็ดับ สิ่งที่เป็นตัวการให้น้ำมันเบนวินติดไฟนั้นคือ ไอน้ำมัน ครับ